• กรกฎาคม 15, 2021

บัญชีรายรับ-รายจ่าย

บัญชีรายรับ-รายจ่าย

บัญชีรายรับ-รายจ่าย คือ เป็นเอกสารแบบ เบสิกที่เจ้าของธุรกิจ โดยเฉพาะผู้ที่มี ช่องทางขายทางออนไลน์ จึงจำเป็นที่จะต้อง จัดทำเอกสารเหล่านี้ อย่างสม่ำเสมอ โดยข้อดีของการทำธุรกิจออนไลน์ ที่เจ้าของธุรกิจหลายท่าน ที่ชื่นชอบ คือจะมีช่องทางสำหรับ ใช้การสื่อสารที่รวดเร็ว โดยไม่ต้องลงทุนจำนวนมาก ในการสร้างหน้าร้าน และมีช่องทางในการติดต่อ และสื่อสารกับลูกค้าได้อย่างง่ายดาย ซึ่งเจ้าของธุรกิจ ที่ยังไม่ได้ทำการ จดทะเบียนบริษัท ก็จะเป็นการทำธุรกิจ ในรูปแบบของบุคคลธรรมดา ซึ่งในภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา เจ้าของธุรกิจจะสามารถ เลือกหักค่าใช้จ่าย ในการคำนวณเงิน ได้สุทธิเพื่อเสียภาษี ได้ 5 รูปแบบ ก็คือ อัตราเหมา หรือหักตามความจริง และหากว่าเจ้าของธุรกิจใด ที่จะต้องการหักค่าใช้จ่ายตามจริง กรมสรรพยากรที่กำหนด ให้กับเจ้าของธุรกิจที่ยังไม่ได้ ทำการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม และทำบัญชีแสดงรายได้ และรายจ่ายประจำวัน โดยจะมีวิธีการทำ ดังต่อไปนี้

บัญชีรายรับ-รายจ่าย

  1.  บัญชีรายรับ-รายจ่ายรายงานเงินสดรับ – จ่าย จะต้องมี

รายการ และข้อความ ในการจัดทำอย่างน้อยตาม ( รูปแบบที่กรมสรรพากรกำหนด ) ซึ่งผู้ประกอบการ จะสามารถเพิ่มช่องรายการ ให้เหมาะสมกับธุรกิจได้ด้วย

2. บัญชีรายรับ-รายจ่าย ( จัดทำเป็นภาษาไทย ) หากทำการจัดทำ เป็นภาษาต่างชาติ เพื่อให้มีภาษาไทยกำกับ

3. บัญชีรายรับ-รายจ่าย ( ต้องลงรายการรับ – จ่าย ภายใน 3 วันที่ทำการ ) ซึ่งนับตั้งแต่วันที่มีรายได้ และรายจ่าย

4. บัญชีรายรับ-รายจ่าย ( รายการที่นำมาลง ในรายงานเงินสดรับ – เงินสดจ่าย )

จะต้องมีการจัดเตรียม เอกสารประกอบการลงรายงาน เช่น ใบกำกับภาษี หรือใบเสร็จรับเงิน

สำหรับรายจ่าย หรือรายการค่าใช้จ่าย ที่นำมาลง ในช่องรายรับ และรายจ่าย จะต้องเป็นรายจ่ายที่เกี่ยวข้อง กับข้อมูลที่นำมาลงโดยตรง กับการประกอบธุรกิจ และจะต้องไม่เป็นรายจ่ายส่วนตัว

หากว่ามีการขายสินค้า / ให้บริการ / ซื้อสินค้า หรือ จ่ายค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เป็นเงินเชื่อ และให้ทำการบันทึกรายการนั้น ในวันที่ได้ทำการชำระ หรือจ่ายชำระ โดยให้ทำการใส่การ อธิบายเพิ่มเติมในช่องหมายเหตุ

สำหรับภาษีซื้อ ที่เกิดขึ้นจากรายจ่ายนั้น สามารถนำมาลง ให้เป็นต้นทุนของสินค้า หรือค่าใช้จ่าย ได้จำนวนทั้งหมด เพราะว่าผู้ประกอบ ไม่ได้อยู่ในระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม

สำหรับการลงรายการ รายรับ และรายจ่าย ก็สามารถทำเป็นยอดรวมของวันได้ โดยจะต้องมีเอกสาร เพื่อใช้ประกอบรายการ รายรับ – รายจ่าย หรือจะทำการลงแยก เป็นรายการก็ได้

บัญชีรายรับ-รายจ่ายยกตัวอย่าง หากเพิ่มเปิดการขายอาหารใหม่ๆ ท่านสามารถเลือกใช้ โปรแกรมบัญชีแบบ ( Flow Account ) ในการช่วยบันทึกบัญชี รายรับ – รายจ่าย โดยเวลาที่ลูกค้า ทำการมาซื้อชุดอาหาร คุณก็สามารถใช้ โปรแกรมบัญชี โดยการออกสลิปเป็นใบเสร็จ อย่างย่อให้ลูกค้า ซึ่งระบบจะทำการบันทึก ข้อมูลรายการที่ขายไป พร้อมกับยอดขายต่อใบเสร็จ ให้โดยอัตโนมัติ

หากคุณต้องการบันทึก ค่าใช้จ่ายของกิจการ เช่น วัตถุดิบต่างๆ เมื่อได้รับใบเสร็จ รับเงินจากร้านค้ามาแล้ว คุณสามารถทำการเก็บหลักฐาน ด้วยการถ่ายรูป และแนบไฟล์เอกสารใบเสร็จนั้น เพื่อทำการลงระบบบัญชี เพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐาน สำหรับประกอบการ ลงในบันทึกค่าใช้จ่ายได้ โดยลองเริ่มต้นใช้งานใบเสร็จ และบันทึกค่าใช้จ่ายได้ที่นี่

5. บัญชีรายรับ-รายจ่ายสรุปยอดรายรับ รายจ่ายทุกๆ เดือน

เพื่อเป็นหลักฐาน สำหรับประกอบการยื่นภาษี เงินได้บุคคลธรรมดา โดยเจ้าของธุรกิจ ที่ประกอบธุรกิจ ในรูปแบบของบุคคลธรรมดาครึ่งปี ( ภ.ง.ด.94 ) หรือภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ประจำปี ( ภ.ง.ด.90 ) ซึ่งท่านสามารถ นำรายงาน เกี่ยวกับเงินสดรับ – เงินสดจ่ายนี้ มาหักค่าใช้จ่าย เพื่อการคำนวณเงินได้สุทธิ เพื่อทำการเสียภาษีได้ตามจริง โดยรายจ่ายทั้งหมด จะต้องเป็นรายจ่าย ที่เกี่ยวข้องกับกิจการ และเป็นไปตามเงื่อนไข ที่จะต้องกฎหมายกำหนด เพื่อให้ปฏิบัติ เช่นเดียวกับบริษัทจำกัด หรือห้างหุ้นส่วนจำกัด นั่นเอง ซึ่งจะเห็นได้ว่า หากท่านจะต้อง คำนวณภาษีในส่วนของ ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น ตามจริงกับธุรกิจของท่านนั้น ก็จะเหมือนกับว่า ท่านจะต้องจัดทำบัญชี ตั้งแต่เร่มต้นทำธุรกิจ ด้วยรูปแบบบุคคลธรรมดา ดังนั้นแล้ว ตัวช่วยที่จะทำให้ท่าน สามารถจัดทำบัญชีได้ง่ายที่สุดก็คือ ( โปรแกรมบัญชีสำเร็จรูป )

สำหรับใครที่ไม่อยากพลาด รีวิวบัญชีรายรับ-รายจ่าย น่าอ่านแบบนี้ สามารถติดตามได้ที่ >> wijsbegeerte

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *